PI เสาเข็มเจาะ

รับทำเสาเข็มเจาะแบบแห้ง ขนาดเล็ก เข็มเจาะราคา

Archive for November, 2009

การทำเสาเข็มเจาะแบบแห้ง  นั้นมีข้อจำกัด โดยสามารถเจาะได้ลึกสุดแค่ชั้นทราย เพราะถ้าฝืนเจาะต่อไป จะเจอน้ำ ซึ่งทำให้เสาเข็มนั้น เสียหาย

แต่ก้อมีวิธีที่เจาะเสาเข็มทะลุชั้นทรายได้ นั้นก็คือ การเจาะแบบ Full Casing

ซึ่งโดยการ ใช้ ปลอกเหล็กเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำนวนของปลอกเหล็ก ขึ้นอยู่กับ ความลึกของชั้นทราย  โดย ตีปลอกเหล็กลงไปในระดับความลึกที่มากกว่าระดับของ ชั้นทราย

เช่น  สมมุติ   ระดับของชั้นทราย อยู่ ความลึก 20 – 21 เมตร   เราต้องทำการตีปลอกเหล็กลงไปปิดกั้น ชั้นทราย เพื่อป้องกัน น้ำ

=  ปลอกเหล็ก 1 ท่อน ยาว 1.2 ม.    จึงต้องใช้ ปลอกเหล็ก จำนวน 18 ท่อน

วิธีการทำเสาเข็มเจาะแบบนี้นั้น ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้มาก

ข้อดี

- ขยายขีดความสามารถในการรับน้ำหนัก/ต้น

- ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการทำเสาเข็มเจาะ แบบเปียก

- สามารถทำงานในพื้นที่ที่่จำกัด

ปัจจุบัน มีบริษัทเสาเข็มเจาะที่ เคยมีประสบการณ์ ในการทำวิธีแบบนี้น้อยมากๆ  และ หาบริษัทมารับงานยาก เพราะ วิธีนี้มีความเสี่ยงสูง

หาก ขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือ มีความชำนาญไม่พอ  ผู้รับเหมาอาจทิ้งงานได้  ปัญหาส่วนใหญ่ที่จะเกิด เช่น

- วิธีการทำงานที่ผิด ทำให้ ไม่สามารถดึงปลอกเหล็กขึ้นมาได้

- เหล็กเสริม,คอนกรีต    ตามขึ้นมาขณะ ถอด ปลอกเหล็กขึ้น

- ความสมบูรณ์ของ เครื่องมือที่ใช้ เช่น

วิงค์ลมที่ใช้มีกำลัง ไม่เพียงพอ   ไม่สามารถ ดึงปลอกเหล็ก( Casing )

สามขา ไม่สมบูรณ์ ไม่พร้อมที่จะใช้งาน ซึ่งก่อให้เกิด อันตรายถึงชีวิตได้

ปลอกเหล็กไม่มีคุณภาพ ทำให้ มีน้ำรั่วเข้ามาในหลุมที่เจาะ



ทำไมต้องใช้ปลอกเหล็ก(CASING) และ รู้ได้ยังไงว่าต้องใช้ปลอกเหล็ก(CASING)กี่ปลอก

ปลอกเหล็ก(CASING) มีหน้าที่ในป้องกันไม่ให้ดินผังทลายลงมา  และ จำนวนที่จะต้องใช้ปลอกเหล็ก(CASING)นั้นขึ้นอยู่กับ สภาพของชั้นดินโดย การทำเสาเข็มเจาะแบบแห้งนั้น ช่างเสาเข็มเจาะ จะใช้ลูกตุ้มตีปลอกเหล็ก(CASING) ลงไปที่ระดับของชั้นดินแข็ง ซึ่งดิินชั้นนี้สามารถขุดเจาะได้โดยไม่พังทลายได้ระยะเวลาหนึ่ง โดยส่วนใหญ่ เสาเข็มหลุมแรกหากไม่ได้ทำการผลสำรวจชั้นดินก่อน(Soil Test) ช่างเสาเข็มเจาะจะใช้ความชำนาญในการขุดเจาะดินมาก โดยต้องคอยสังเกตุชั้นดิน และตรวบสอบระดับความลึกที่ได้ขุดเจาะไปด้วย  เพื่อตรวจสอบดูว่าจำนวนปลอกเหล็ก(CASING) นั้นเพียงพอที่จะป้องกันดินไม่ให้พังทลายได้  จน สามารถขุดเจาะดินได้ถึงระดับความลึกที่ต้องการที่ต้องการ

เสาเข็มเจาะขุดดินทิ้งไว้นานจะมีผลไหม

 

เสาเข็มเจาะ เมื่อขุดดินขึ้นมาจนได้ระดับความลึกที่ต้องการแล้ว  อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป ควรรีบเทคอนกรีต ทันที เพราะ ผิวของดินในรูเสาเข็มนั้นสัมผัสกับอากาศโดยตรงจะถูกความชื้น ทำให้เสียแรงเฉือนที่ผิวดิน ทั้งระดับน้ำใต้ดินจะทะลักเข้ามาในรูเสาเข็ม ทำให้ ดินในรูเสาเข็มพังทลายทำให้เกิดเป็นโพรงใต้ดิน  และ การทำงานในวันต่อไปมีความยากลำบากมากขึ้น อีกทั้งยังสิ้นเปลืองปริมาณคอนกรีตมากขึ้นด้วย

กรณีนี้ ไม่ควรขุดเจาะดินขึ้นมา แล้วปล่อยทิ้งข้ามคืนหรือ นานมาก   หากขุดเจาะแล้วรู้ว่าเทคอนกรีตไม่ทันควรขุดเจาะดินในระดับความลึกที่ไม่เลยระดับความลึกของปลอกเหล็ก(casing) หรือถ้าหากทำการขุดเจาะดินมากกว่าระดับความลึกของท่อเหล็กไปแล้ว ควรนำดินลงกลับไปในหลุมจนถึงระดับที่มี ปลอกเหล็ก(casing)