การทำเสาเข็มเจาะแบบแห้ง นั้นมีข้อจำกัด โดยสามารถเจาะได้ลึกสุดแค่ชั้นทราย เพราะถ้าฝืนเจาะต่อไป จะเจอน้ำ ซึ่งทำให้เสาเข็มนั้น เสียหาย
แต่ก้อมีวิธีที่เจาะเสาเข็มทะลุชั้นทรายได้ นั้นก็คือ การเจาะแบบ Full Casing
ซึ่งโดยการ ใช้ ปลอกเหล็กเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจำนวนของปลอกเหล็ก ขึ้นอยู่กับ ความลึกของชั้นทราย โดย ตีปลอกเหล็กลงไปในระดับความลึกที่มากกว่าระดับของ ชั้นทราย
เช่น สมมุติ ระดับของชั้นทราย อยู่ ความลึก 20 – 21 เมตร เราต้องทำการตีปลอกเหล็กลงไปปิดกั้น ชั้นทราย เพื่อป้องกัน น้ำ
= ปลอกเหล็ก 1 ท่อน ยาว 1.2 ม. จึงต้องใช้ ปลอกเหล็ก จำนวน 18 ท่อน
วิธีการทำเสาเข็มเจาะแบบนี้นั้น ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้มาก
ข้อดี
- ขยายขีดความสามารถในการรับน้ำหนัก/ต้น
- ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการทำเสาเข็มเจาะ แบบเปียก
- สามารถทำงานในพื้นที่ที่่จำกัด
ปัจจุบัน มีบริษัทเสาเข็มเจาะที่ เคยมีประสบการณ์ ในการทำวิธีแบบนี้น้อยมากๆ และ หาบริษัทมารับงานยาก เพราะ วิธีนี้มีความเสี่ยงสูง
หาก ขาดความรู้ ความเข้าใจ หรือ มีความชำนาญไม่พอ ผู้รับเหมาอาจทิ้งงานได้ ปัญหาส่วนใหญ่ที่จะเกิด เช่น
- วิธีการทำงานที่ผิด ทำให้ ไม่สามารถดึงปลอกเหล็กขึ้นมาได้
- เหล็กเสริม,คอนกรีต ตามขึ้นมาขณะ ถอด ปลอกเหล็กขึ้น
- ความสมบูรณ์ของ เครื่องมือที่ใช้ เช่น
วิงค์ลมที่ใช้มีกำลัง ไม่เพียงพอ ไม่สามารถ ดึงปลอกเหล็ก( Casing )
สามขา ไม่สมบูรณ์ ไม่พร้อมที่จะใช้งาน ซึ่งก่อให้เกิด อันตรายถึงชีวิตได้
ปลอกเหล็กไม่มีคุณภาพ ทำให้ มีน้ำรั่วเข้ามาในหลุมที่เจาะ